Spirited Away สุดยอดอนิเมชั่นของจิบลิ

Spirited Away มิติวิญญาณมหัศจรรย์ ผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดของ สตูดิโอจิบลิ Studio Ghibli ที่ก่อตั้งโดย ผู้กำกับ ฮายาโอะ มิยาซากิ ร่วมกับ อนิเมเตอร์และผู้กำกับชื่อดังอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานมาอย่างต่อเนื่องกว่า 4 ทศวรรษ

ทำให้กลายเป็นหนึ่งในค่ายหนังอนิเมะของญี่ปุ่นที่ได้รับการยกย่อง สร้างแบรนด์ของตนเองอยู่ในระดับโลก มีผลงานออกมาถึง 22 เรื่องจากในทีมงานของจิบลิ ซึ่งเกือบทุกเรื่องถูกยกย่องให้เป็นผลงานอนิเมชั่นคุณภาพสูงที่คนทุกเพศทุกวัยควรรับชม

สำหรับในบรรดาอนิเมชั่นทั้งหมดของจิบลินั้น คืออนิเมชั่นที่ถูกยกย่องว่า ยอดเยี่ยมที่สุด ได้คะแนนจากหลายสำนักในระดับโลกสูงสุด มักถูกจัดให้ติดอันดับ 1-3 ของทุกสำนัก เป็นสุดยอดอนิเมะระดับขึ้นหิ้งของวงการ ที่กวาดรางวัลของหลายสถาบันในญี่ปุ่นและในระดับโลก โดยเฉพาะรางวัลที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับว่ายิ่งใหญ่ที่สุดอย่างออสการ์สาขาอนิเมชั่นไปครอบครอง

Spirited Away 2

ที่สำคัญคือ ไม่เพียงแค่ได้รางวัลระดับโลกมากมายเท่านั้น แต่ยังเป็นอนิเมชั่นที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในญี่ปุ่นอีกด้วย โดยครองอันดับ 1 นานกว่า 16 ปี ก่อนที่จะเสียตำแหน่งอนิเมชั่นรายได้สูงสุดให้กับ Your Name ของ ผู้กำกับรุ่นใหม่อย่าง ชินไค มาโกโตะ

แต่ถึงอย่างนั้น นี่ก็ยังเป็นเรื่องได้ชื่อว่าเป็นอนิเมชั่นที่ดีที่สุดในหลายสำนักของโลก ซึ่งก็ยากที่จะหาใครโค่นได้ ซึ่งตอนนี้ก็สามารถรับชมได้แล้วใน Netflix พร้อมกับอนิเมชั่นเรื่องเยี่ยมของจิบลิรวมแล้ว 21 เรื่อง

เรื่องย่อ


เรื่องราวของ เด็กหญิงชั้นประถม โอกิโนะ จิฮิโระ ผู้ซึ่งกำลังหงุดหงิดใจที่เธอจำต้องย้ายบ้านตามพ่อแม่ไปอยู่นอกเมือง ซึ่งระหว่างการขับรถย้ายบ้านนั้น พวกเขาได้พบกับสถานที่และอุโมงค์ลึกลับ เซ็นได้แค่หวาดกลัว ไม่อยากให้พ่อแม่เข้าไปในอุโมงค์นั้น แล้วเมื่อพวกเขาขับรถผ่านอุโมงค์เข้ามา เซ็นก็ได้พบกับสถานที่ซึ่งเหมือนกับงานเทศกาลและโรงอาบน้ำลึกลับ ซึ่งแท้จริงแล้วมันคือโรงอาบน้ำของเหล่าเทพเจ้าและภูติที่อยู่ในธรรมชาติซึ่งมนุษย์หลงลืมไป อีกทั้งเธอยังได้พบกับเด็กหนุ่มลึกลับอย่าง ฮาคุ ได้เข้ามาช่วยเอาไว้

แล้วจิฮิโระก็พบว่า พ่อและแม่ของเธอที่เข้ามาด้วยกันแล้วไปกินอาหารที่วางไว้ในร้างค้าที่ว่างอยู่ ก็ทำให้พวกเขากลายร่างเป็นหมูตัวยักษ์ เธอจึงไม่สามารถทิ้งทั้งสองคนแล้วหนีไปลำพังได้ ฮาคุจึงได้พาเธอเข้ามาหลบอยู่ในโรงอาบน้ำของเหล่าเทพ แล้วแนะนำให้เธอไปของานทำจาก ยูบาบะ แม่มดผู้ปกครองโรงอาบน้ำแห่งนี้ เพื่อที่จะให้เธอสามารถใช้ชีวิตรอดอยู่ในสถานที่ของเหล่าภูตินี้ให้ได้ ยูบาบะ จึงขอแลกเปลี่ยนกับชื่อจริงของเธอ แล้วตั้งชื่อเธอให้ใหม่คือ เซ็น

จากนั้น เซ็น จึงต้องทำงานเพื่อหาทางปลดปล่อยพ่อและแม่ของเธอที่กลายร่างเป็นหมูให้กลับคืนร่างเป็นมนุษย์ แล้วออกไปจากสถานที่แห่งนี้ให้ได้ แล้วในระหว่างนี้เองที่เธอได้พบกับเหล่าภูติและสิ่งลี้ลับแปลกประหลาดมากมายที่ทำให้เธอค่อยๆก้าวจากการเป็นเด็กไปสู่โลกของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบ การเอารัดเอาเปรียบ ความโหดร้ายแ แต่ขณะเดียวกันก็มีเรื่องดีๆอยู่ด้วย

ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ได้ทำให้ชีวิตของเซ็นต้องเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล พร้อมกับมองโลกนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นความทรงจำที่ล้ำค่าของเธอเอง

รีวิว Spirited Away


เรื่องนี้ไม่เพียงเป็นอนิเมชั่นเรื่องเยี่ยมที่สุดของโลก แต่ถ้าจัดแบ่งประเภทแล้ว ยังเป็นเรื่องแนว Coming of Age ที่ดีที่สุดตลอดกาลด้วย สำหรับตัวพล็อตเรื่องจากที่ว่ามา อาจจะเห็นว่าไม่ได้มีอะไรพิสดารมากมาย แต่ด้วยความยอดเยี่ยมในการ เล่าเรื่องราว การนำเสนอ การสอดแทรกปรัชญา แนวคิด ที่มีการจิกกัดสังคมทั้งระดับหน่วยย่อยเช่นครอบครัว ไปจนถึงโครงสร้างระดับสังคม ประเทศ จนถึงในระดับโลกอย่างแยบยล

แถมยังมีการเล่นในหลายมิติมาก ไม่ว่าจะเป็น การเสียดสีสังคมทุนนิยม (การใช้บัตรเครดิตของพ่อแม่จิฮิโระตั้งแต่เปิดเรื่องมา) ไปจนถึงเรื่องของอุตสาหกรรมและโครงสร้างทางสังคมในญี่ปุ่น แง่มุมทางจิตวิทยา ปัญหาของเด็กๆและวัยรุ่นในช่วงวัยเปลี่ยนผ่านแบบ Coming of Age ซึ่งเราจะพบว่า ในเรื่องราวเองก็ไม่ได้สะท้อนออกมาทางตัวละครเซ็นเสมอไป อนิเมะแนะนํา

แต่ออกมาทางตัวละครรายรอบด้วย เช่น ฮาคุ ยูบาบะ ริน ผีไร้หน้า โบ เซนิบะ และตัวละครอื่นๆในเรื่อง เรียกได้ว่าเรื่องนี้ใช้ตัวละครคุ้มค่ามาก เพราะทุกตัวแม้จะเป็นตัวประกอบขนาดไหนต่างก็มีซีนของตัวเองที่จะมีความเชื่อมโยงกับเรื่องราวของเซ็นด้วยกันทั้งนั้น

สำหรับการเริ่มก้าวเข้าสู่โลกการทำงานของผู้ใหญ่ของเซ็น เริ่มเกิดขึ้นก็เมื่อตอนที่เธอต้องหัดรู้จักที่จะกล่าวคำว่า “ขอบคุณ” และ คำสุภาพต่อท้าย ต่อผู้คน ฉากที่เซ็นถอดรองเท้าไว้ที่ชั้นใต้ดินแล้วคลานเข้าช่องประตูเพื่อขึ้นลิฟท์ไปสู่ชั้นบนของอาคารในโรงอาบน้ำ จึงเป็นเสมือนสัญลักษณ์ที่สื่อว่า ต่อไปนี้เธอต้องอยู่ในสังคมของผู้ใหญ่แล้ว จะเป็นเด็กเอาแต่ใจไม่ได้อีกต่อไป

แต่หนึ่งในสิ่งที่สุดยอดเกี่ยวกับอนิเมะเรื่องนี้ก็คือ เมื่ออายุของผู้ชมเรื่องนี้มีมากขึ้น มีประสบการณ์ชีวิตมากขึ้น หรือผ่านโลกและชีวิตที่แตกต่างกันไป แล้วลองกลับมาดูอนิเมะเรื่องนี้ใหม่ คุณจะรู้สึกถึงสิ่งที่ตัวอนิเมะบอกเล่าหรือต้องการสื่อออกมาแตกต่างไปเรื่อยๆ คือสามารถตีความสิ่งที่ตัวหนังพยายามจะสื่อสารออกมาเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆตามวัยนั่นเอง

ดูรอบแรกๆในวัยเด็ก อาจจะได้ความสนุก ความแฟนตาซี ในโลกของเหล่าภูติ โรงอาบน้ำของเหล่าเทพเจ้าที่สุดตระการตา แล้วก็แฝงความสยองไว้หน่อยด้วย กลับมาดูใหม่ตอนเป็นวัยรุ่น อาจจะรู้สึกถึงความเป็นดาร์กแฟนตาซีในเรื่อง รู้สึกว่ามันกำลังสะท้อนสังคม จิกกัดทุนนิยม หรือโครงสร้างบางอย่าง และการหันมาสนใจรักษาสิ่งแวดล้อม และธรรมชาติ

Spirited Away 3


พอดูอีกทีตอนวัยทำงาน มีอายุมากขึ้น มีครอบครัวหรือมีลูกแล้ว อาจจะมองหลายฉากในเรื่องว่ามันสื่อนัยยะที่ “โคตรดาร์ก” เพราะแฝงไว้ทั้งความรุนแรง เรื่องสัญญะทางเพศ การใช้แรงงานเด็ก ไปจนถึงเรื่องอุตสาหกรรมสีดำในสังคม

เรื่องนี้ยังอิงกับตำนานความเชื่อหลายอย่างของคนญี่ปุ่น เช่นเรื่องที่ เซ็นต้องทิ้งชื่อจริงของตัวเองไว้เบื้องหลัง ซึ่งในเรื่องก็คือ ถูกยูบาบะเอาชื่อจริงของเธอไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ล้อกับความเชื่อของคนญี่ปุ่นด้วย เนื่องจากพ่อแม่ของเด็กญี่ปุ่นจะมีการ “ตั้งชื่อจริง” ซึ่งเป็นชื่อที่มีเพียงพ่อแม่เท่านั้นที่รู้ แล้วเก็บชื่อจริงนี้ไว้ ส่วนชื่อที่ใช้ในสังคมคือชื่อที่ถูกตั้งขึ้นภายหลัง เพราะเกี่ยวกับความเชื่อว่า ถ้าหากคนอื่นรู้ชื่อจริงของตัวเอง จะถูกนำไปใช้ทำคุณไสยจนเกิดอันตรายได้ นี่จึงเป็นการสะท้อนคติความเชื่อนี้ด้วย

แต่ถ้าหากเรามองในมุมของสังคมปัจจุบันที่ไม่เกี่ยวกับความเชื่อโบราณ การที่เซ็นถูกยูบาบะเอาชื่อจริงไป อาจจะเปรียบเทียบได้กับนายจ้างหรือผู้ใหญ่ในสังคมที่เอาตัวตนของลูกจ้าง หรือในแง่นี้ก็คือเด็กๆที่ถูกบังคับให้ต้องกลมกลืนกับโครงสร้างสังคม หรือในที่นี้ก็คือโรงอาบน้ำเทพเจ้าในเรื่องนี้นั่นเอง

ประเด็นเรื่องชื่อ ยังเกี่ยวกับ ตราประทับ ซึ่งเป็นตราประทับชื่อ ที่แม่มดยูบาบะสั่งให้ฮาคุไปขโมยมาจากเซนิบะ น้องสาวของตนที่เป็นแม่มดที่ทรงอำนาจไม่แพ้กัน เพราะการได้ครอบครองตราประทับ เปรียบเสมือนกับได้ครองอำนาจที่เหนือกว่า เรื่องนี้ก็ตรงกับวัฒนธรรมในองค์กรของคนญี่ปุ่นเองที่ทุกอย่างเวลามีการเซ็นสัญญา อนุมัติ มอบอำนาจ ต้องใช้ตราประทับเป็นหลัก (แค่การรับพัสดุที่มาส่ง ก็ยังต้องใช้ตราประทับ)

อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องราวเล่าไประยะหนึ่ง เซ็นก็ได้แสดงความเข้มแข็งและความอ่อนโยน ที่ทำให้เธอชนะใจผู้คนรอบข้างได้ เช่น ผีไร้หน้า ที่รู้สึกว่าเป็นครั้งแรกที่มีคนอื่นสนใจ ก็ทำให้มันอยากที่จะเอาใจเซ็นด้วยการเปย์ทองคำให้ แล้วก็มีส่วนที่ทำให้เซ็นสามารถช่วยชีวิตฮาคุ รวมถึงหาทางหนีออกจากโรงอาบน้ำไปได้ในตอนท้ายเรื่อง

แล้วเรื่องนี้ยังได้ออกแบบตัวละครรองๆที่ประสบความสำเร็จมาก เช่น ผีไร้หน้า หรือ การนำเอาภูติฝุ่นดำที่เคยปรากฏตัวในเรื่อง โทโทโร่ กลับมาใช้อีกครั้ง โดยเฉพาะผีไร้หน้าถือว่าเป็นตัวละครสำคัญที่โด่งดังและมีคนชอบไม่น้อย ไปจนถึงการเซตติ้งโลกของเหล่าภูติ และแฝงนัยยะการปกป้องสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ ตัวเรื่องยังดีไซน์ออกมาได้มีความเป็นญี่ปุ่นสูงยิ่งกว่าตอนที่ทำ Princess Mononoke เสียอีก

Spirited Away 4

แล้วยังมีอีกจุดสำคัญมาก ที่หนังต้องการสื่อชัดเจนคือ เรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม นั่นคือการสื่อสารเพื่อเรียกร้องให้ผู้คนหันกลับมาสนใจรักษาสิ่งแวดล้อมและหยุดทำลายธรรมชาติไปมากกว่านี้ ซึ่งในประเด็นนี้ ตัวอนิเมะได้แสดงออกชัดเจนมาก โดยเฉพาะในฉากที่เทพแห่งแม่น้ำต้องมาชำระตัวในโรงอาบน้ำ โดยต้องแบกร่างที่เต็มไปด้วยสิ่งปฎิกูลต่างๆติดร่างมา ซึ่งทุกอย่างนั้นมาจากสิ่งของที่มนุษย์ทิ้งลงแม่น้ำทั้งนั้น

อีกทั้งเรื่องของสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติที่มนุษย์หลงลืมนั้น ยังเกี่ยวโยงกับพระเอกของเรื่องอย่าง ฮาคุ ชนิดเต็มๆเลย เพราะร่างแท้จริงของฮาคุ คือมังกรที่เป็นเทพแห่งแม่น้ำ แต่เมื่อแม่น้ำถูกถมที่ แล้วชื่อของแม่น้ำถูกลืมเลือนไป ตัวตนของฮาคุก็จะหายไปด้วย ประเด็นนี้ในอนิเมชั่นจึงเสมือนเป็นการเรียกร้องให้มนุษย์อย่าได้หลงลืมธรรมชาติที่พวกเราได้ทำลายหรือทำให้มันเปลี่ยนแปลงไป เป็นคีย์สำคัญในตอนท้ายของเรื่องที่ทำให้เซ็นปลดปล่อยฮาคุจากการถูกยูบาบะเอาสัญญาผูกมัดไว้ ดูอนิเมะ

Spirited Away ด้านมืด อธิบายสัญลักษณ์ที่ซ่อนอยู่


สำหรับการตีความในมุมด้านดาร์กไซด์ที่ว่ามา หมายถึงถ้าคนดูตีความสิ่งที่อนิเมะนำเสนอในอีกมุมหนึ่ง โรงอาบน้ำของเหล่าเทพในเรื่องก็สามารถเปรียบเสมือนได้กับ อาบอบนวด หรือ สถานบันเทิงยามวิกาล ที่ต้อนรับลูกค้าผู้ชายที่มาพักผ่อน ซึ่งก็สังเกตว่า ลูกค้าในเรื่องเองก็เป็นเทพและภูติที่เป็นเพศชายทั้งหมด แถมก็มีหลายตนที่มีการแต่งตัวว่าเป็นลูกค้าประเภทนั้นด้วย

ในขณะที่ เซ็น ซึ่งต้องมารับหน้าที่เป็นคนล้างอ่างอาบน้ำให้กับเหล่าเทพและภูติที่มาใช้บริการ และต้องมอบความพึงพอใจให้พวกเทพเหล่านั้น ถ้ามองด้วยสายตาใสๆของเด็กเล็กๆที่ดูไร้มลทิน มันก็ไม่มีอะไร เสมือนกับนี่เป็นการเรียนรู้โลกของการทำงานและสังคมของผู้ใหญ่ที่เซ็นจะต้องเผชิญ

แต่พอมองด้วยสายตาของผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกสีเทาๆออกดำมาระดับหนึ่ง เราจะรู้สึกได้ถึงความเป็นเรต 18+ ที่แฝงไว้ในเรื่องอย่างชัดเจนมาก เพราะมันเหมือนกับว่า เซ็น เป็นพนักงานของสถานบริการกลางคืนที่ต้องคอยดูแลและบริการให้กับลูกค้าในเรื่องนั่นเอง

นอกจากนี้ การที่จิฮิโระถูกบังคับให้ต้องทิ้งชื่อจริงของตัวเอง แล้วใช้ชื่อเซ็นในฐานะตัวตนใหม่ของตนเองนั้น ในมุมมองนี้ยังใช้อธิบาย อุตสาหกรรมบันเทิงของญี่ปุ่นในยุคปัจจุบันได้ด้วยครับ เพราะเหล่าเด็กสาวที่เข้าสู่วงการบันเทิง ก็จำเป็นต้องทิ้งชื่อจริงของตัวเองไว้ แล้วถูกตั้งชื่อใหม่ขึ้นมาแทน แล้วพวกเธอก็ต้องสวมบทบาทเหล่านั้น ทั้งที่อาจจะไม่ได้เต็มใจด้วยซ้ำ

ถ้าให้แรงหน่อยคือ จุดนี้มีความคล้ายกับอุตสาหกรรมเอวี ที่ทุกวันนี้ก็ยังคงมีเด็กผู้หญิงวัยแรกรุ่นเข้ามาทำงานเพื่อหวังเงินจำนวนมากที่ได้มาเร็ว และพร้อมจะแสดงตามบทบาทที่ถูกสั่งมา แม้ว่าจะมีบางคนที่ไม่ได้เต็มใจเข้าวงการนี้ก็ตาม แต่ถ้าใครแสดงบทบาทได้ดี สร้างความพึงพอใจให้ผู้ที่มาใช้บริการ พวกเธอก็จะได้รางวัล

โดยในส่วนนี้ถ้าเราดูในเรื่องก็จะพบว่า มีฉากสำคัญตอนกลางเรื่องที่เทพเจ้าแห่งแม่น้ำรู้สึกพึงพอใจที่เซ็นช่วยทำให้เขากลับมาสะอาดอีกครั้ง ซึ่งฉากนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนระดับ Turnig Point ช่วงครึ่งแรกของเรื่องพอสมควร เพราะนี่คือครั้งแรกที่เซ็นทำงานสำคัญในหน้าที่ของเธอได้สำเร็จ จนได้กลายเป็นที่ชื่นชอบของหลายคนในโรงอาบน้ำ ได้รับการยอมรับมากขึ้น

ในจุดนี้ถ้ามองในมุมการนำเสนอเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม เราก็สามารถมองแบบนั้นได้ ที่เรื่องต้องการเตือนสติคนดูให้คิดถึงการรักษาธรรมชาติ แต่ถ้าเรามองในด้านมืด เหตุการณ์ในฉากนี้จะเสมือนกับเด็กสาวที่บริการให้ผู้ใหญ่ที่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานในชีวิตจริงจนสภาพโทรมดูไม่ได้ แต่เป็นคนที่ตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โต เงินหนา ในเมื่อเด็กสาวดูแลให้เขาได้อย่างดี ช่วยทำให้เขากลับมาสดชื่นและมีพลังอีกครั้ง เขาก็เลยเปย์รางวัลให้

แล้วก็เช่นเดียวกัน ด้านผีไร้หน้า ซึ่งถูกผู้คนมองข้าม แต่เขาก็ได้เซ็นช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆเอาไว้ เพียงแค่เซ็นสนใจเท่านั้นเอง มันก็อยากจะเอาใจเซ็นด้วยการเปย์เงินทองให้มากมาย เพียงแต่เซ็นไม่ได้ต้องการสิ่งของเงินทองเหล่านี้ แล้วนี่ก็เป็นสิ่งที่เธอไม่เคยสนใจมาตั้งแต่แรกด้วย

ที่จริงตรงนี้ก็น่าคิดว่า ถ้าเซ็นรับเงินทองจากผีไร้หน้า เธอก็คงจะช่วยฮาคุที่ได้รับบาดเจ็บไม่ได้ แล้วชีวิตของเธอก็คงไม่สามารถหนีออกจากโรงอาบนำ้ได้แน่ เราอาจจะสามารถเปรียบเทียบได้กับเหล่าเด็กสาวในโลกความจรง ที่ติดกับดักแล้วหลงใหลกับวัตถุสิ่งของเฉพาะหน้า ทำให้ไม่สามารถหนีออกจากสังคมแสงสีของทุนนิยมหรือในอุตสาหกรรมสีดำในยามวิกาลทั้งหลายได้

แต่สำหรับเซ็นในช่วงครึ่งหลังของเรื่อง เธอได้พัฒนาความคิดอ่านของตัวเองจนมาถึงจุดที่เธอมีสติมั่นคง ไม่สนใจกับวัตถุภายนอก ยึดเพียงแค่เป้าหมายที่จะช่วยชีวิตฮาคุที่เธอรัก และช่วยปลดปล่อยพ่อและแม่เท่านั้น ซึ่งการที่เธอเลือกจะไม่รับของจากผีไร้หน้า ก็ทำให้มันอาละวาดจนเกิดสถานการณ์ที่เซ็นสามารถออกจากโรงอาบน้ำได้ แม้แต่ยูบาบะก็ขัดขวางไม่ได้

ซึ่งการเดินเรื่องในลักษณะที่ เหตุการณ์เล็กๆ หรือการตัดสินใจลงมือทำเล็กๆ แล้วส่งผลต่อเหตุการณ์ถัดไปอื่นๆจนเป็นผลต่อเนื่องแบบลูกโซ่ ที่ส่งผลกระทบวงกว้างนี่เอง คือสเน่ห์อีกอย่างของอนิเมชั่นเรื่องนี้

ถ้ามองในมุมดาร์กสักหน่อย นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ผู้กำกับมิยาซากิอยากบอกเหล่าเด็กสาวในอุตสาหกรรมสีเทาและสีดำทั้งหลายก็เป็นได้ว่า ลองตั้งสติแบบเซ็นดู เด็กสาวเหล่านั้นอาจจะไม่หลงติดอยู่ในโรงอาบน้ำของโลกแห่งความจริง

อย่างไรก็ตาม เราคงยากจะบอกได้ว่า ฮายาโอะ มิยาซากิ สร้างผลงานเรื่องนี้ขึ้นมา มีการใส่สัญลักษณ์จงใจและต้องการจิกกัดอุตสาหกรรมกลางคืนของประเทศญี่ปุ่น (และอาจจะรวมถึงทั้งโลก) ไว้มากขนาดนั้นอย่างที่ตีความหรือไม่ เพราะอย่างที่ว่ามาคือมีหลายฉากมากที่ส่อในทางนั้น ซึ่งถ้าเราลองดูซ้ำในมุมมองนี้ มันอดคิดแบบนั้นไม่ได้จริงๆ

Spirited Away ตอนจบ
ถึงแม้ว่าเรื่องจะตีความในด้านดาร์กได้ขนาดที่ว่ามา แต่เรื่องราวในตอนท้ายก็ไม่ได้พาเราเข้าไปมุมอับดาร์กไซด์อะไรมากนัก เพราะสุดท้ายแล้วตัวละครในเรื่องก็มีพัฒนาการทางด้านบุคลิกและความคิดอ่านที่ดีเยี่ยมมากพอที่จะสามารถนำเรื่องราวไปสู่บทสรุปที่สวยงามและตราตรึงในตอนท้ายได้

สำหรับประเด็นที่ เซ็นจำฮาคุได้ยังไง ตรงนี้ในเรื่องมีอธิบายไว้พอสมควรแล้ว ตัวอนิเมชั่นก็พยายามบอกเด็กรุ่นใหม่ๆว่า อย่าหลงลืมสิ่งแวดล้อม อย่าลืมธรรมชาติที่เคยอยู่กับเราและบางครั้งก็ช่วยเหลือเรามาก่อนโดยที่เราก็ไม่ได้รู้ตัว แต่มีอีกประเด็นหนึ่งคือ เซ็นจำพ่อแม่ได้ยังไง เธอรู้ได้ยังไงว่า หมูที่ยูบาบะจัดมาให้เธอทายนั้น ไม่มีพ่อแม่เธออยู่เลย

ที่จริงแล้ว เรื่องนี้เป็นคำถามที่ตอบได้แบบปลายเปิด ขึ้นอยู่กับความคิดอ่าน วุฒิภาวะ และประสบการณ์ชีวิตของคนดูแต่ละคนด้วย เราสามารถอธิบายได้ง่ายๆว่า เพราะเซ็นเติบโตขึ้นแล้ว เธอรู้ว่าผู้ใหญ่เจ้าเล่ห์แบบยูบาบะไม่มีทางเอาพ่อแม่ตัวจริงของเธอมาให้ทายแน่ๆ

จะมองว่าเธอรู้ทันผู้ใหญ่มากขึ้นก็ได้ หรือเราจะมองว่า เธอฉลาดขึ้น มีสติและมีอารมณ์มันคงพอที่จะมองออกจริงๆว่า พวกหมูเหล่านั้นไม่ใช่พ่อแม่ของเธอก็ยังได้ สุดท้ายแล้วตรงนี้ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน เป็นการทำปลายเปิดไว้ให้คนดูคิดเอาเองตามแต่ละคน

จุดด้อยอย่างหนึ่ง ที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างชมก็คือ อนิเมชั่นเรื่องนี้มีการทลายกฏเกณฑ์การเล่าเรื่องบางอย่างในอนิเมชั่นทั่วไป คือใช้การไต่ระดับการเล่าเรื่องแบบแอนตี้ไคลแมกซ์สำหรับในช่วง 15 นาทีสุดท้ายของเรื่อง ซึ่งเราจะพบว่าปกติแล้วในช่วงท้ายเรื่อง

อนิเมชั่นทั่วไปมักจะพาเรื่องราวเข้าสู่จุดไคลแมกซ์หรือสถานการณ์บีบคั้น คับขันถึงขีดสุด แต่กลายเป็นว่าช่วง 15 นาทีสุดท้ายของอนิเมชั่นเรื่องเยี่ยมนี้ กลับพาเราสู่บรรยากาศผ่อนคลาย เงียบสงบ ในฉากที่เซ็นออกเดินทางจากโรงอาบน้ำ ไปจนถึงฉากสำคัญแต่ตราตรึงในตอนท้ายเมื่อเซ็นจำชื่อที่แท้จริงของฮาคุได้

นี่จึงเป็นความยอดเยี่ยมของอนิเมชั่นเรื่องนี้ ที่ใช้วิธีคลี่คลายเรื่องราวลง “โดยไม่ต้องมีการปราบบอส” อีกทั้งตัวเอกของเรื่องก็ไม่ได้จะเปลี่ยนแปลงเรื่องราวด้วยความยิ่งใหญ่อะไรนัก ตรงนี้นับว่าเป็น ความแตกต่างจากอนิเมชั่นทั่วไป คือถ้าเป็นอนิเมชั่นของค่ายยักษ์ใหญ่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นของ ดิสนีย์ พิกซาร์ หรือเรื่องอื่นๆในญี่ปุ่น เมื่อเรื่องดำเนินมาถึงช่วงท้าย

ตัวละครก็คงจะหาทางแก้ปัญหาด้วยการ “ใช้กำลังหรือพลังมิตรภาพ พลังความรัก” ในการเปลี่ยนแปลงและเอาชนะไปจนถึงโค่นสิ่งที่เป็น ทรราช โครงสร้างทางสังคมที่ถูกกดทับ คือเรียกง่ายๆว่า ถ้าเป็นอนิเมทั่วไป เรื่องก็จะพาไปที่การปราบยูบาบะในฐานะบอสใหญ่ หรืออย่างน้อยก็ทำให้ยูบาบะกลับตัวกลับใจได้ แต่สำหรับเรื่องนี้ไม่ได้เลือกเดินเส้นทางนั้น

เซ็นมีเป้าหมายชัดเจนแต่แรก เธอเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆธรรมดา ไม่ได้มีพลังพิเศษ ไม่ได้เก่งอะไรกว่าใคร แค่ใช้ความพยายาม ความกล้าหาญ ไหวพริบ เพื่อแก้ไขปัญหา ใช้ความรักที่ตัวเองมีเพื่อช่วยเหลือฮาคุโดยไม่คิดชีวิต ยอมแบ่งปันของวิเศษที่ได้จากเทพแห่งแม่น้ำเพื่อรักษาฮาคุและผีไร้หน้าซึ่งเธอเองก็ไม่เคยรู้จักมาก่อน มอบน้ำใจให้กับโบเด็กยักษ์ที่ถูกให้กลายร่างเป็นสัตว์ตัวจิ๋ว

คือเรียกง่ายๆว่า คุณไม่จำเป็นต้อง “ลุกขึ้นมาปฏิวัติ” เพื่อโค่นล้มความอยุติธรรมในสังคมเสมอไป เพราะในความเป็นจริงแล้วมันทำได้ยาก อีกทั้งบางคนเพียงต้องการช่วยเหลือครอบครัวของตนเอง และทำเรื่องเล็กๆ แต่เป็นเรื่องดีๆและมอบความปรารถนาดีให้คนรอบข้างบ้าง

แค่นี้ก็สามารถทำให้คนอื่นๆเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ อย่างที่เราเห็นในเรื่องว่า ตัวละครที่เข้ามาใกล้ชิดกับเซ็นต่างก็มีมุมที่เปลี่ยนแปลงไปในทางบวกกันคนละเล็กละน้อยเมื่อถึงตอนท้ายเรื่องแล้ว

ในขณะที่โรงอาบน้ำเทพเจ้า และ มิติวิญญาณมหัศจรรย์ ถึงยังไงก็ยังทำหน้าที่ของมันต่อไป เสมือนกับโครงสร้างทางสังคมหรือบริษัทและองค์กรทุกแห่งที่ยังไงก็ยังคงเดินหน้าต่อ ทุกคนเป็นเพียงฟันเฟืองของทุนนิยมที่ขับเคลื่อนต่อไป เพียงแต่ว่าสิ่งเล็กๆที่เซ็นซึ่งเป็นนางเอกของเรื่องได้ทำไว้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบ มันได้ส่งผลกระทบไปถึงจิตใจของตัวละครต่างๆในเรื่อง

ทำให้ทุกคนพากันช่วยเหลือเธอกันคนละเล็กละน้อย แล้วก็สามารถพาไปสู่บทสรุปที่สวยงามในเรื่องได้ นับว่าเป็นการก้าวผ่านวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่ที่ชวนให้คิดถึง ซึ่งตอนท้ายในเรื่องนี้ก็สื่อว่ามันจะกลายเป็นความทรงจำที่ดีของเซ็นตลอดไป

สำหรับ ที่มัดผม ที่เซ็นได้รับมาในตอนสุดท้าย หลายคนอาจสงสัยว่า คืออะไร เพราะสิ่งนี้เสมือนเป็นของที่เป็นวัตถุชิ้นเดียวที่เซ็นได้รับกลับมาหลังจากไปต่างมิติมาแล้ว เป็นการยืนยันว่า เซ็นได้เดินทางไปโรงอาบน้ำเทพเจ้ามาแล้วจริงๆ แล้วยังเสมือนเป็นตัวแทนของการเปลี่ยนผ่านจากวัยเด็กสู่ผู้ใหญ่ด้วย

Spirited Away ชนะรางวัลออสการ์
มันไม่ใช่เรื่องง่าย หรือแทบจะเป็นไปไม่ได้ ที่อนิเมชั่นของคนเอเชียจะไปชนะรางวัลใหญ่สูงสุดในสาขาอนิเมชั่นของวงการฮอลลีวูด อีกทั้งในวงการนี้ฝั่งสหรัฐอเมริกาก็มีค่ายใหญ่อย่าง ดิสนีย์ และต่อมาก็มี ดรีมเวิร์ค และ พิกซาร์ ที่แทบจะครองรางวัลนี้อยู่ตลอด นานๆทีถึงจะมีผลงานของค่ายอื่นแทรกตัวได้

จนกระทั่งงานของจิบลิเริ่มถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนี้ในปีจากเรื่อง Princess Mononoke แล้วในที่สุด Spirited Away ก็ได้เข้าชิงรางวัลในปี 2003 แล้วคว้ารางวัลมาได้สำเร็จ แม้ว่าในงานรับรางวัลออสการ์ปีนั้น ฮายาโอะ มิยาซากิ จะไม่ยอมไปรับรางวัลด้วยตนเอง โดยให้เหตุผลว่า เขาไม่อยากเดินทางไปประเทศที่ทิ้งระเบิดใส่อิรัก ซึ่งเป็นสถานการณ์สงครามในช่วงเวลานั้น เนื่องจากตัวมิยาซากิเองพยายามทำหนังที่ต่อต้านสงคราม และเน้นเรื่องการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และธรรมชาติมาโดยตลอด โดยมีการแฝงสารเหล่านี้เอาไว้ในอนิเมชั่นของจิบลิแทบทุกเรื่อง มากน้อยกันไป

สำหรับเรื่องรายได้ Spirited Away กวาดรายได้ใน Box Office ไปถึง 275 ล้านเยนในญี่ปุ่น ซึ่งทำเงินแซงหน้าหนังฟอร์มยักษ์ระดับบล็อกบัสเตอร์อย่าง Titanic แล้วขึ้นแท่นภาพยนตร์รายได้สูงสุดตลอดกาลในญี่ปุ่นอยู่นานกว่า 16 ปี แล้วเรื่องนี้ยังได้เข้าฉายที่จีนเป็นครั้งแรกในปี 2019 ที่ผ่านมาด้วย

สรุป ในภาพรวมแล้ว หากถามว่าเรื่องนี้คู่ควรและยอดเยี่ยมขนาดเป็นสุดยอดอนิเมะตามที่หลายสถาบันยกย่องนั้น จริงแท้แค่ไหม แนะนำว่า “ต้องดูด้วยตาตนเองครับ” นี่คืออนิเมะที่ยากจะอธิบายหรือตีความทุกอย่างให้ได้ทั้งหมด ต่อให้สปอยล์มากกว่านี้อีกแค่ไหน เราจะไม่มีทางได้รับความรู้สึกเหมือนตอนที่ได้ดูอนิเมชั่นเรื่องนี้ด้วยตาตนเอง เพราะทุกคนจะสามารถตีความเรื่องราวให้แตกต่างกันไปได้ตามประสบการณ์ชีวิตหรือสังคมและความคิดอ่านของแต่ละคน

สุดท้ายแล้ว นี่คือสุดยอดผลงานขึ้นหิ้งของ สตูดิโอจิบลิ และ ผู้กำกับ ฮายาโอะ มิยาซากิ ที่ควรค่าให้ทุกคนต้องรับชมสักครั้งในชีวิตครับ

มีคำกล่าวทำนองว่า มิยาซากิ สร้างเรื่องนี้ขึ้นมาให้ “เด็กอายุ 10 ขวบทุกคนได้ดู และสำหรับทุกคนที่เคยอายุ 10 ขวบ”