Peach Boy Riverside

รีวิว PEACH BOY RIVERSIDE อนิเมชั่นแนวดาร์กแฟนตาซีโมโมทาโร่

Peach Boy Riverside เป็นอนิเมะที่สร้างจากมังงะชื่อเรื่องเดียวกัน ผลงานต้นฉบับของอาจารย์ Cool-kyou Shinja วาดภาพประกอบโดย Johanna ซึ่งก่อนหน้าถูกเผยแพร่ลงบนนิตยสาร Shounen Magazine และมีการประกาศสร้างเป็นอนิเมะไปเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2020 ผลิตโดยสตูดิโอ Asahi Production กำกับโดย Shigeru Ueda และออกแบบตัวละครโดย Satomi kurita ตอนนี้ลงจอให้ได้ชมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วทาง TOKYO MX, BS NTV, AT-X และ JTV ที่ประเทศญี่ปุ่น และทาง Bilibili ที่ประเทศไทย

ชื่อเรื่อง : พีชบอยริเวอร์ไซด์

ต้นฉบับ : มังงะ (Manga)

จำนวนตอน : 12 ตอน

ปีที่ออกอากาศ : 2021

ประเภท : แฟนตาซี (Fantasy), เด็กหนุ่ม (Shounen), แอ็คชั่น ( Action), พลังพิเศษ (Super Power)

ผู้ผลิต : Kodansha

ออกอากาศ (ซับไย) : Bilibili

รับชมฟรี : อนิเมะแนะนํา

Peach Boy Riverside 11

โมโมทาโร่เป็นตัวละครญี่ปุ่นที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตามมันก็ยังคงได้รับความนิยมและสอดแทรกอยู่ในอนิเมชั่นญี่ปุ่นหลายต่อหลายเรื่อง ไม่เว้นแม้กระทั่งที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้นั่นก็คือพีชบอยริเวอร์ไซด์ อนิเมชั่นแนวดาร์กแฟนตาซีที่จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับโมโมทาโร่ในมุมมองที่แตกต่างออกไป ดัดแปลงมาจากการ์ตูนมังงะที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จอย่างงดงาม จนได้มีการสร้างออกมาเป็นอนิเมชั่นและออกฉายเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมา

เรื่องราวในอนิเมชั่น

เป็นอนิเมชั่นที่เล่าถึงเรื่องราวเหตุการณ์นานมาแล้ว มีตายายคู่หนึ่งพบกับลูกท้อขนาดใหญ่ลอยตามน้ำมา ตายายจึงได้ช่วยกันเก็บลูกท้อขึ้นมาแล้วผ่าเพื่อดูข้างในแล้วได้พบกับเด็กทารกผู้ชาย พวกเขาจึงได้เลี้ยงดูเด็กทารกคนนั้นจนเติบโตมาเป็นชายหนุ่มที่มีพละกำลังมากกว่าคนปกติทั่วไป เขาไม่ได้เป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มธรรมดาแต่เกิดมาพร้อมกับภาระรับผิดชอบยิ่งใหญ่ในการต่อสู้กับยักษ์

หลังจากเติบโตเขาก็ได้ออกเดินทางเพื่อทำหน้าที่สำคัญในทันที ในวันหนึ่งเจ้าหญิงที่แสนจะเบื่อหน่ายกับชีวิตของตัวเองอย่างแซลลี่ได้หาเรื่องออกไปนอกวังและได้พบเข้ากับนักเดินทางหนุ่มอย่างมิโคโตะ ชายหนุ่มที่มีเสน่ห์อย่างน่าประหลาดใจ ทั้งสองคนได้รู้จักกันและสนิทสนมกันมากยิ่งขึ้นจนเธอได้พบความจริงว่าชายหนุ่มเป็นนักล่าปีศาจที่ไล่ฆ่ายักษ์ เมื่อนั้นมันก็ได้ปลุกพลังบางอย่างของเธอให้ตื่นขึ้นมา

เธออยากรู้เรื่องราวมากขึ้นจึงตัดสินใจออกเดินทางเพื่อตามหาเขา จนกระทั่งได้พบเข้ากับมนุษย์หัวกระต่ายอย่างฟลาว์ ด้วยความเป็นคนจิตใจดีของแซลลี่ ฟลาว์จึงตัดสินใจขอตามเธอไปด้วย ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่เมืองถูกยับบุกเข้ามาโจมตี มันทำให้แซลลี่ได้ปลดปล่อยพลังของตัวเองและจัดการสังหารเหล่ายักษ์ และมันก็ทำให้เธอเลิกสงสัยเกี่ยวกับตัวเองจึงได้เดินทางออกผจญภัยเพื่อค้นหาความจริง

แนะนำตัวละครหลักในอนิเมชั่น

1.แซลลี่ เจ้าหญิงผู้เป็นตัวละครเอกของอนิเมชั่นเรื่องพีชบอยริเวอร์ไซด์ เธอเป็นคนนิสัยดีและชอบช่วยเหลือผู้อื่น ฝันว่าอยากจะเป็นนักผจญภัยและเบื่อชีวิตในวัง เป็นคนที่มีพลังแข็งแกร่งเป็นอย่างมากจนสามารถต่อสู้กับยักษ์ได้
2.คิบิสึ มิโคโตะ นักเดินทางหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่ภายนอกดูอ่อนแอแต่ความจริงแล้วมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
3.ฟลาว์ เด็กสาวที่มีหัวเป็นกระต่าย เป็นคนรักพวกพ้องและคอยติดตามแซลลี่อยู่เสมอ สามารถจัดการพวกยักษ์ระดับร่างได้อย่างง่ายดายและมีพลังลึกลับบางอย่างซ่อนอยู่

รีวิวหลังจากชมอนิเมะ

บอกเลยเรื่องนี้พระเอกสวยจัด มองแวบแรกจากภาพคีย์วิชวลนึกว่าผู้หญิงที่ไหนได้พระเอกของเรื่องนี่เอง ตกใจหมดนึกว่าจะกลายเป็นอนิเมะแนวยูริไปซะแล้ว จากที่เปิดเรื่องมาเห็นได้ชัดเลยว่ามีนางเอกเป็นตัวดำเนินเรื่องซึ่งก็คือ แซลลี่ เพราะตั้งแต่เริ่มจนจบตอนที่ 1 เราแทบจะไม่ได้เห็นพระเอกเลยด้วยซ้ำเห็นอีกทีคือตอนที่ 2 แล้ว โครงเรื่องสื่อให้เห็นถึงความต้องการของตัวละครหลักทั้งสองที่ต่างกัน อีกคนต้องการจะปรองดองกับปีศาจ แต่อีกคนกลับต้องการกำจัดปีศาจให้หมดไปจากโลก ซึ่งอนิเมะเรื่องนี้มีเค้าโครงเดิมมาจากนิทานพื้นบ้านของญี่ปุ่นเรื่อง โมโมทาโร่ ก็รู้สึกว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่ดีสำหรับอนิเมะที่จะทำให้เราได้รู้จักกับโมโมทาโร่ในรูปแบบใหม่ หากเล่าตามนิทานพื้นบ้านฉบับเดิมแล้วโมโมทาโร่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นแต่ในอนิเมะกลับไม่ใช่

การออกแบบตัวละคร สำหรับอนิเมะแนวแฟนตาซีดูไม่ค่อยแตกต่างจากเรื่องอื่นสักเท่าไหร่แต่ปีศาจเรื่องนี้น่ารักมากส่วนใหญ่แล้วถูกออกแบบมาให้มีรูปร่างคล้ายกับมนุษย์ ถ้าไม่แสดงพลังอะไรออกมาให้ได้เห็นก็เหมือนมนุษย์นั่นแหละ ดูอนิเมะ

พูดถึงเรื่องฉากอันนี้ต้องขอชมเลยว่าการจัดแสงสีทำได้ดีพอสมควรอย่างพวกฉากที่มีแสงช่วงตะวันตกดินคือทำออกมาได้สวย สีของภาพดูสดใสดี ในส่วนของเสียงพากย์ก็เลือกนักพากย์มาได้เหมาะสมกับคาแรคเตอร์ของตัวละครยังไม่มีตรงไหนที่รู้สึกติดขัด ถ้าจะติดก็คงเป็นการดำเนินเรื่องเนี่ยแหละที่ดูงง ๆ

ถ้าเทียบกับฉบับมังงะแล้วเวอร์ชั่นอนิเมะมีการปรับเปลี่ยนลำดับการเล่าเรื่องเยอะอยู่เหมือนกัน ถ้าคนที่ไม่เคยอ่านมังงะมาก่อนดูก็จะรู้สึกงงหน่อย ๆ ที่จู่ ๆ เปิดเรื่องมานางเอกก็ตามหาใครไม่รู้ไม่มีการเกริ่นนำอะไรให้ผู้ชมเลย แต่ถ้าเป็นฉบับมังงะคือตอนที่ 1 ก่อนที่นางเอกจะออกตามหาพระเอกนั้นมีการปูเรื่องราวมาก่อนว่าทำไมแซลลี่จึงอยากออกมาผจญภัยนอกวัง แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งนี่อาจจะเป็นความตั้งใจของทีมงานที่อยากกระตุ้นให้คนดูอย่างเราสงสัยและอยากติดตามตอนต่อไป แต่เอาจริง ๆ ถ้าเกริ่นให้สักหน่อยก็คงจะดี (อนิเมะเรื่องนี้มี 2 เวอร์ชั่น ถ้าเป็นเวอร์ชั่นที่ฉายทางญี่ปุ่นลำดับการเล่าเรื่องจะเหมือนในมังงะ) สำหรับลายเส้นของตัวละครส่วนตัวแล้วผู้เขียนชอบฉบับมังงะมากกว่ารู้สึกว่ามันสวยคมกว่าในอนิเมะ

สำหรับใครที่จะดูอนิเมะเรื่องนี้แบบซับไทยแนะนำว่าไปหาอ่านมังงะมาก่อนก็ดีค่ะเพราะไม่อย่างนั้นเพื่อน ๆ อาจเกิดอาการงงกับเนื้อเรื่องได้ แต่ถึงจะไม่อ่านก็ไม่เป็นไรเพราะเนื้อเรื่องโดยรวมแล้วก็ไม่ได้ผิดไปจากเดิมมากนักเพียงแต่มีการตัดบางฉากออกไปเล็กน้อยทั้งนี้อาจจะมีเรื่องของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้ต้องมีการตัดบางฉากออกไป