High-Rise invasion (2021)

รีวิว High-Rise invasion หน้ากากเดนนรก อนิเมะเลือดสาดที่ดูแล้วไม่เครียด

High-Rise invasion หน้ากากเดนนรก (2021) อนิเมะเลือดสาดเรท 18+ สร้างจากมังงะที่เขียนเรื่องโดยซึอินะ มิอุระ และวาดภาพโดยทาคาฮิโระ โอบะ มีทั้งหมด 12 ตอน ตอนละประมาณ 30 นาที สามารถรับชมได้ทาง Netflix เรื่องมีอยู่ว่า ยูริ ฮนโจ นักเรียนมัธยมปลายหลุดเข้าไปในโลกที่ต้องเอาชีวิตรอดจากศัตรูใส่หน้ากากอาวุธครบมือ โดยเป้าหมายของเหล่าหน้ากากคือการทำให้ผู้คนที่หลุดเข้ามาในโลกแห่งนี้พบเจอกับความสิ้นหวังและฆ่าตัวตายด้วยตนเองในที่สุด

อีกหนึ่งอนิเมะใหม่ปี 2021 อย่าง High-Rise Invasion หรือชื่อไทยคือ หน้ากากเดนนรก นั้น ก็เป็นอีกเรื่องที่สนุกมาก ๆ แต่กลับไม่ค่อยได้ยินใครพูดถึงเท่าไหร่ เป็นเรื่องของการมีอยู่ของโลก ๆ หนึ่งที่มีกฎเกณฑ์ที่น่ากลัว ผู้ที่หลุดเข้าไปจะถูกเหล่านักฆ่าที่ใส่หน้ากากไล่บีบคั้นกดดันให้รู้สึกสิ้นหวังและฆ่าตัวตายเองไปซะ หน้ากากเหล่านั้นถูกเรียกว่า “เทวดา” และมนุษย์ที่คุณสมบัติตามที่กำหนดจะถูกเรียกว่า “ผู้เข้าใกล้พระเจ้า” ซึ่งผู้ที่เข้าใกล้พระเจ้าได้นั้นจะสามารถควบคุมเหล่าหน้ากากได้

ซึ่งฮนโจ ยูริ และ ฮนโจ ริกะ สองพี่น้องที่ได้เข้ามาในโลกนี้ กลับมีเป้าหมายที่ไม่ใช่แค่เอาตัวให้รอด แต่พวกเขาตั้งใจจะทำลายโลกที่โหดร้ายนี้ไปซะ จึงได้พยายามรวมพรรคพวกเพื่อต่อสู้เพื่อจบเรื่องราวนี้ซะ

บอกเลยว่าเรื่องนี้มันส์และโหดมาก และอนิเมะเป็นแนวเอาตัวรอดจึงให้ความรู้สึกทำให้ลุ้นระทึก ชวนติดตามว่าจะรอดกันไปครบทุกคนมั้ย ส่วนเรื่องความโหดนั้น ค่อนข้างโหดมาก เพราะสู้กันรุนแรงแบบเลือดสาด จอยิงจนเลือดกระฉูด แนะนำให้เป็นคนอายุ 18+ และไม่กลัวเลือดจะดีกว่าค่ะ และเรื่องนี้มีฉากเซอร์วิสหลายฉากเลย ฉากเซอร์วิสคือฉากวับ ๆ แวม ๆ ของการ์ตูนฝั่งหญิง ก็น้อง ๆ ในเรื่องใส่กระโปรงนักเรียนสั๊นสั้นนะซิ

รีวิว หน้ากากเดนนรก

ดำเนินเรื่องอย่างรวดเร็วในช่วงแรก ๆ ข้อดีคือทำให้ไม่เบื่อเพราะหลังจากอีกเหตุการณ์หนึ่งก็มีอีกเหตุการณ์ที่สามารถทำให้ลุ้นระทึกต่อเนื่องกันได้ ส่วนข้อเสียคือทำให้คนดูไม่มีอารมณ์ร่วมกับตัวละครหลักเท่าที่ควร หากอนิเมะยืดเวลาและดึงอารมณ์อีกซักนิด ก็อาจจะทำให้เข้าใจและอินกับเหตุการณ์ที่ตัวละครหลักกำลังเผชิญมากขึ้น บางฉากในอนิเมะที่ถูกใส่เข้ามาเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ที่ตึงเครียดก็ถือว่าดีเพราะทำให้อนิเมะไม่เครียดจนเกินไป แต่สำหรับบางคนก็อาจจะรู้สึกว่ามันไม่ค่อยสมเหตุสมผลเอาเสียเลย อนิเมะแนะนํา

ความน่าสนใจของเรื่องนี้คือพล็อตและการค่อย ๆ คลายปริศนาของโลกนี้ทีละนิด ๆ ในแต่ละตอนและความตลกร้ายที่สอดแทรกในบทพูดและการกระทำของตัวละคร การที่ตัวละครแต่ละตัวมีนิสัย ความเท่ ความสามารถที่แตกต่างกันทำให้อนิเมะเรื่องนี้ไม่น่าเบื่อ

เนื่องจากมีอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ เช่น การเผยตัวของหน้ากากต่าง ๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยอิงจากตัวตนที่แท้จริงก่อนเป็นหน้ากาก ฉากแอ็กชันเลือดสาดในตึกระฟ้าที่มีสะพานเชือกเชื่อมถึงกันทำให้การต่อสู้ดูเสี่ยงตายอยู่ตลอด มีเลิฟไลน์ค่อนข้างเยอะในช่วงกลางจนถึงตอนท้าย ๆ ของซีรีส์

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าเป็นอนิเมะเลือดสาดที่ดูแล้วไม่เครียดที่หากผู้ชมเป็นสายดาร์กมาดูอาจจะรู้สึกผิดคาด เพราะเปิดเรื่องมาด้วยโลกที่บิดเบี้ยว การฆ่าคนด้วยกันเป็นเรื่องปกติ แต่ทว่าฉากเลือดสาดเรื่องไม่ได้ทำให้มีความรู้สึกระทึกหรือสะเทือนใจมากนัก

หลัง ๆ อนิเมะจะมีฉากแอ็กชันเป็นส่วนใหญ่และฉากเลือดสาดก็ดูเป็นฉากที่ใช้ประกอบฉากแอ็กชัน จากอนิเมะลุ้นระทึกเอาตัวรอดก็กลายเป็นแนวแอ็กชั่นฮีโร่ซะงั้น ข้อดีคือทำให้สามารถดูได้แบบไม่เครียดและไม่ต้องคิดอะไรมาก อนิเมะแนะนํา

(สปอยล์)

มีจุดที่ชวนให้รู้สึกขัดใจอยู่หลายจุด เช่น ฉากเซอร์วิสที่มักจะโชว์กางเกงในของตัวละครผู้หญิง ซึ่งโผล่มาบ่อยมาก ในส่วนนี้เป็นส่วนที่มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ การที่ตัวละครดูเทพมาก ๆ จนบางครั้งดูไปก็คิดว่าเข้าข้างตัวละครเกินไปมั้ย อีกอย่างหนึ่งคือการเปลี่ยนสีหน้าของตัวละครที่บางครั้งไม่ค่อยสอดคล้องกับสถานการณ์ เช่น เปลี่ยนแบบกะทันหันจนขัดกับอารมณ์ก่อนหน้าหรือสีหน้าที่ไม่เข้ากับความรู้สึก ดูอนิเมะ

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าตัวละครทุกตัวใน High-Rise invasion มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกัน แต่ละตัวละครมีความสามารถแตกต่างกันไป เช่น ยูริตัวเอกของเรื่องเป็นคนที่มีไหวพริบ ฉลาดและเข้มแข็งแต่ในขณะเดียวกันก็มีความอ่อนโยนและรักพวกพ้อง ริกะพี่ชายของยูริเป็นคนที่เย็นชาพอสมควรในสถานการณ์ที่ต้องเอาตัวรอดแต่จริง ๆ แล้วเป็นคนจิตใจดี

คุองเด็กสาวที่มีดูอ่อนแอแต่กลับเป็นหนึ่งในผู้ที่เข้าใกล้พระเจ้าและสามารถใช้เรลกันได้ มายูโกะที่ปกติแล้วไม่เชื่อใจใครแต่กลับเชื่อใจยูริและสนับสนุนตลอดมา สามารถตายแทนยูริได้ รวมทั้งหน้ากากต่าง ๆ ที่มีความสามารถอิงจากตัวตนตอนที่เป็นมนุษย์

อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือความความเท่ของตัวละครหน้ากากสไนเปอร์ในเรื่อง ทั้งบุคลิก น้ำเสียง การแต่งตัว ความสามารถ ทุกอย่างถูกปูให้ตัวละครนี้ดูลึกลับ มีเสน่ห์ เป็นตัวดำเนินเรื่องชนิดที่ว่าถ้าไม่มีหน้ากากสไนเปอร์ นางเอกอาจจะไม่รอดในฉากแรก ๆ แล้วก็ได้ แถมยังมีปมกับพี่ชายของนางเอกด้วย

รวมถึงความละมุนที่มีเวลาอยู่กับคุอง จากหน้ากากสไนเปอร์ที่ดูเย็นชา เป็นคนตรง ๆ ทื่อ ๆ แต่เขาก็คอยดูแลและให้คำแนะนำคุองอยู่เรื่อย ๆ เลิฟไลน์ในเรื่องดำเนินเรื่องไปอย่างน่ารัก เป็นเลิฟซีนที่ไม่ใช่เลิฟซีน คือการที่ตัวละครแสดงอาการเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ไม่ได้ดำเนินเรื่องในแง่ของความรักอย่างจริงจัง ในทุกตอนจะมีเลิฟไลน์อยู่ไม่มากก็น้อย

สรุป

ความรู้สึกหลังจากที่ได้ดูเรื่องนี้คือรู้สึกว่าสนุกแบบแปลก ๆ เพราะตอนเปิดเรื่องกับเรื่องราวที่ดำเนินจริง ๆ มันค่อนข้างที่จะดูผิดหูผิดตาไปบ้าง ถึงแม้ว่าอนิเมะเรื่องอาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่องค์ประกอบหลาย ๆ อย่างที่รวมกันก็ทำให้สามารถดูได้จนจบเรื่อง มารู้ตัวอีกทีก็อุทานว่า อ้าว! จบแล้วเหรอ โดยส่วนตัวแล้วรอดูภาคต่อ เพราะซีซั่นแรกเหมือนเป็นการเปิดเรื่อง

แนะนำตัวละครและโลกปัจจุบัน อีกทั้งตัวละครยังทำภารกิจไม่สำเร็จ การดำเนินเรื่องยังไม่ถึงจุดที่เข้มข้นเท่าไหร่นัก ปมต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้เปิดเผยและที่มาที่ไปว่าโลกแห่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ระบบแปลก ๆ นี่เกิดขึ้นมาได้อย่างไร จุดประสงค์เพื่ออะไรและใครเป็นผู้สร้างและควบคุม ก็คงต้องมาลุ้นกันว่า Netflix จะทำภาคต่อหรือไม่ แต่หากใครอยากติดตามต่อ ก็สามารถติดตามได้ในฉบับมังงะที่มีออกมาทั้ง 22 เล่มได้ค่ะ